สวัสดีผู้อ่านที่รัก บทความนี้ได้รับคำถามมาจากเว็บ pantip มีคนเข้าไปถามว่า

มีวิธีลบข้อมูลจากแฟลชไดร์ให้หายไปถาวรกู้คืนไม่ได้ไหมครับ

ผมก็เลยลองค้นหาโปรแกรมที่จะช่วยลบข้อมูลมาได้โปรแกรมหนึ่ง ผมทดลองโปรแกรมโดยการทดลองลบจริงๆ แล้วลองกู้คืนมาด้วยโปรแกรม recuva pro   ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผมอธิบายวิธีการติดตั้งและกู้ข้อมูล และได้ผลตอบรับดีมากๆ

การลบหรือฟอร์แมตแฟลชไดร์ฟ มันสามารถลบข้อมูลได้จริงๆหรือ ?

คำตอบคือ การฟอร์แมต หรือการลบทั่วๆ ไปบนแฟลชไดร์ฟไม่ได้ลบไฟล์ออกไปอย่างถาวร เป็นการปิดทางเข้าสู่ไฟล์นั้นๆ ซึ่งไฟล์จริงๆ จะถูกซ่อนไว้ในแฟลชไดร์ฟของเรา จนกว่าจะมีไฟล์ใหม่เข้าไปแทนที ไฟล์เก่าจึงจะถูกทับและหายไปอย่างถาวร

ทำไมคุณต้องลบไฟล์ให้ถาวร?

เหตุผลก็นานาจิตตังครับ ด้วยหลายเหตุผลที่ผมพอจะสรุปออกมาได้คือ

  1. เวลาคุณให้แฟลชไดร์ฟใครยืมไปใช้งาน ควรจะลบออกอย่างถาวร ถึงแม้ว่าจะฟอร์แมตแล้วแต่ก็ง่ายต่อการกู้คืนด้วยโปรแกรมต่างๆได้ครับ หากไฟล์ของคุณมีความสำคัญกับคุณมาก ให้ลบออกอย่างถาวรครับ
  2. เวลาคุณทิ้งแฟลชไดร์ฟ หรือใช้แฟลชไดร์ฟหลายตัว คุณก็ควรลบถาวรกับไฟล์ที่สำคัญครับ เพราะมันอาจจะเป็นอันตรายหากไปตกอยู่ในมือนักกู้โปรแกรม
  3. เวลาคุณใช้โน็ตบุ๊ก ถ้ามีไฟล์สำคัญบางอย่าง ถ้าไม่ต้องการใช้งานแล้ว ก็ควรลบถาวร เพราะหากมันเสีย แล้วคุณเอาเข้าไปซ่อมที่ร้าน ร้านอาจกู้ข้อมูลของคุณก็เป็นได้
  4. เหตุผลอื่นๆ …

ในบทความนี้จะแนะนำการลบข้อมูลด้วยโปรแกรมชื่อว่า CCleaner  ซึ่งมีเวอร์ชันฟรีด้วย และเราจะใช้ออฟชัน Drive Wiper ในการล้างข้อมูล

> ดาวน์โหลด CCleaner เวอร์ชันโปร และติดตั้งตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ

  1. แตกไฟล์ออกด้วยการคลิกขวาเลือก Extract to CCleaner…\
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  2. คลิกขวา ccsetup 531_pro
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  3. Next
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  4. install
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  5. ติ๊กออก เพื่อไม่ให้โปรแกรมรัน
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  6. ก่อนการแครก >> ปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต <<
  7. เปิดโฟลเดอร์ชื่อ DLL Files
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  8. เข้าไปที่ Professional
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  9. ในนั้นจะมีไฟล์ชื่อ branding.dll ให้ก็อปปี้ออกมา
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  10. ไปที่ไดร์ฟ C: > Program Files > CCleaner วางไฟล์ที่ก็อปมา
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  11. วางทับไปเลย *บางครั้งเมื่อวางทับจะเกิดปัญหาวางไม่ได้ เพราะไม่ได้เข้าในฐานะ Administrator ให้ดูวิธีแก้ไข หมายเหตุ :  อยู่ท้ายบทความนี้
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  12. เปิดโปรแกรมขึ้นมา จะมีหน้าต่างถามหา license ดังภาพ ให้ใช้ไฟล์จากโปรแกรมในโฟลเดอร์ Keymaker-CORE
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner

    Part 1 : ล้างข้อมูลแบบถาวรด้วย Drive Wiper

  13. ไปที่ Tools > Drive Wiper และตั้งค่าตามภาพ ความหมายดังนี้
    Free Space Only หมายถึง ให้ลบเฉพาะพื้นที่ภายในหรือไฟล์ที่เคยลบไปแล้ว แต่ให้เหลือไฟล์ที่ยังใช้งานอยู่ข้างนอก
    Entire Drive (All data will be erased) หมายถึงให้ลบไฟล์ทั้งหมดใน usb ซึ่งทุกอย่างจะถูกลบออกหมด
    Security หมายถึง ให้ลบไฟล์และทับไฟล์กี่ครั้ง ถ้า เป็น 3 passes หมายถึง ลบไฟล์และเขียนทับไฟล์ 3 ครั้ง เท่านี้ไฟล์ก็กู้ไม่ได้แล้วครับ
    * เลือกไดร์ฟให้ถูกก่อนที่จะลบ เพราะถ้าลบผิด อาจหมายถึงชีวิตของคุณทั้งชีวิต !ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner
  14. ระบบจะให้ยืนยันอีกครั้งด้วยการพิมพ์ ERASE แล้วกด OK รอจนกว่าจะเสร็จ
    ลบไฟล์ถาวร ด้วย CCleaner

    Part 2 : ทดสอบกู้ข้อมูลคืนจากแฟลชไดร์ฟที่ทำการ Drive Wiper แล้ว

  15. เราจะทดสอบการกู้ข้อมูลด้วย Recuva Pro ซื่งมีบทความการติดตั้ง และการกู้ข้อมูลให้ดู [ที่นี่] เริ่มจากเสียบแฟลชไดร์ฟเข้าเครื่องและเปิดโปรแกรม Recuva Pro คลิก Next
    ลบไฟล์ถาวร
  16. เลือกชนิดไฟล์ที่จะกู้เป็น All Files
    ลบไฟล์ถาวร
  17. กด Next
    ลบไฟล์ถาวร
  18. เลือก In a specific…. กด Browse โฟลเดอร์ไปที่ แฟลชไดร์ฟที่จะกู้ข้อมูล แล้วคลิก OK
    ลบไฟล์ถาวร
  19. Next
    ลบไฟล์ถาวร
  20. เราจะเลือกแบบ Deep Scan คือให้แสกนแบบละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้ว Start
    ลบไฟล์ถาวร
  21. รอจนกว่าจะเสร็จ
    ลบไฟล์ถาวร
  22. ผลสุดท้ายไม่มีไฟล์อะไรขึ้นมาเลยสักไฟล์เดียว! เนื่องจากว่าถูกลบแบบถาวรไปแล้ว
    ลบไฟล์ถาวร

หมายเหตุ :  ในขั้นตอนการวางทับไฟล์ branding.dll นั้น บางเครื่องอาจไม่อนุญาตให้วางไฟล์ได้ จะมีข้อความเตือนว่า 

you will need to provide administrator permission to copy to this folder

ลบไฟล์ออกถาวร

วิธีแก้ปัญหา :   

  1. ไปที่ My Computer คลิกขวา เลือก Manage
    ลบไฟล์ออกถาวร
  2. เลือกที่ Local User and Group > User
    ลบไฟล์ออกถาวร
  3. คลิกขวาที่ Administrator > Property > คลิกเครื่องหมายถูกหน้า Account is disabled ออก > Apply > OK
    ลบไฟล์ออกถาวร
  4. Log Off ออกจากระบบ
    ลบไฟล์ออกถาวร
  5. เข้าสู่ระบบในชื่อ Administrator > Copy ไฟล์ชื่อ branding.dll ในโฟลเดอร์ Professional
    ลบไฟล์ออกถาวร
  6. วางใน C: > Program Files > CCleaner
    ลบไฟล์ออกถาวร
  7. ทับไฟล์เดิม
    ลบไฟล์ออกถาวร
  8. Log off ออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
    ลบไฟล์ออกถาวร
  9. เข้าสู่ระบบ เปิดโปรแกรม และใส่ license ตามข้อ 12 ด้านบน >>อย่าลืมปิดเน็ตตอนใส่ license <<

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น